ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ชื่อผู้ใช้งาน: รหัสผ่าน:

ผู้เขียน หัวข้อ: เมื่อไหร่จะนัดพบปะสังสรรค์ครับ  (อ่าน 47821 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

baboo5

  • มือใหม่หัดตู้
  • *
  • คะแนนจิตพิศวาท: +2/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 48
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: เมื่อไหร่จะนัดพบปะสังสรรค์ครับ
« ตอบกลับ #330 เมื่อ: พฤษภาคม 29, 2018, 12:07:52 PM »

 ;)
บันทึกการเข้า

เฒ่า...พเนจร.

  • ตู้วินประจำซอย
  • **
  • คะแนนจิตพิศวาท: +1/-1
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 310
    • ดูรายละเอียด
Re: เมื่อไหร่จะนัดพบปะสังสรรค์ครับ
« ตอบกลับ #331 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2018, 12:33:56 PM »

......ตื่นขึ้นกับเสียงนาฬิกกาปลูก  02.10น.กาแฟแก้วแรกกับขนมปังใหม้ๆ  15/สค/61 เสียงเจ้าCm36คำรามอีกครั้ง    สักพักก็ค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากบางบัวทองมุ่งหน้าที่หมายปลายทาง  "ราชบุรี" สวรรค์ของนักเดินทาง  การเดินทางคราวนี้ เฒ่า...พเนจร.  เดินทางยามค่ำคืนเหมือนเดิม ที่เหมือนเดิมก็คือ เดินทางคนเดียว  ความเร็วถูกเท้ากดขยี้ให้ความเร็วมาอยู่ที่120km/hr.  อากาศเย็นเหมือนกับว่าฝนจะเทลงมาในไม่ช้า   แสงไฟคู่หน้าสว่างสไหวตามสภาพ  อากาศเย็นเหมือนจะเข้าหน้าหนาว   แสงไฟข้างทางยังทำให้มองเห็นสองฝากฝั่งถนน  บางครั้งก็มืดมัดด้วยรางรถไฟลอยฟ้าที่เชื่อมต่อทอดแนวยาวไปกับถนนสายหลัก  ทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา การเวลามันทำให้ทุกสิ่งเปลี่ยนไปหมด แต่ก็ไม่จริงเสมอไปอย่างLiteace cm36คันนี้ แม้จะผ่านการเดินทางมาเกือบทุกภาค หลายจังหวัดที่ผ่าน แต่ความผูกพัน กลับมัได้จางหายไปกับการเวลา แค่คิดยังไม่ทันไรก็มาถึงห้างเวทเกต ที่ใหญ่โตอลังการจริงๆ  ผมจำได้เมื่อยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา แถวนี้ยังเป้นทุ่งไร่ทุ่งนา  ผ่านมาไม่กี่ปีมันช่างเปลี่ยนไปราวกับเมืองหลวงที่เกิดใหม่จริงๆ    เสียงเพลงเบาๆออดอ้อนจากบทเพลงที่ไพเราะและเอาใจตลอดการเดินทางทำให้หวลคิดสารพัดคิด  หลากหลายเรื่องที่คิดออกมาส่วนใหญ่ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องการเดินทาง การพบปะสังสรรค์ของพี่น้องLiteace club.ที่ผ่านมา  ผมมีโอกาสได้เดินทางไปหลายประเทศและรอบๆบ้านเรา เขายังรักและใช้รถรุ่นที่ผมใช้อยู่อย่างพม่า ลาว จีน  มาเลเซียและอินโดเซีย  เห็นแล้วอดตื่นเต้นไม่ได้   ขับไปคิดไปเหมือนไม่นานก็มาถึงนครปฐม  ผมถอนคันเร่งชลอความเร็วแวะเติมพลังให้เจ้าตู้น้อย สูตรเดิมๆก็น้ำมันซุปเปอร์สองลิตรแล้วอัดน้ำมันดีเซลเต็มถัง    สตาร์ทเครื่องงี๊เสียงนิ่ม ออกตัวแรงอย่างจรวดแสงไฟยังคงส่องไปข้างหน้าแม้ว่าจะมี เม็ดฝนประปรายลงมา ความหนาวเหน็บจากสายลมที่พัดผ่านหอบเข้ามาโอบร่าง มันทำให้รู้สึกการเดินทางเหมือนปลายฝนต้นหนาวจริงๆทั้งๆที่ยังไม่หมดฝน  สายตาเริ่มจะลดลงมา ผมรีบคว้าบรั่นดีมาทดลองดีกรี ได้ผลตาผมสว่างจ้าเหมือนสมัยวัย15  สายลมแสงไฟและสายฝนต่างทำหน้าที่ตอนนี้  หลายชีวิตต่างพักผ่อน หลายชีวิตเดินทางและหลายชีวิตกำลังออกหาอาหาร    การเดินทางคราวนี้มันเข้มข้นบอกไม่ถูกกับสภาพอากาศแบบบี้ สุข สนุกกับการเดินทาง สพานหน้าเข้าตัวเมืองนครปฐม ตรงไปกาญจนะบุรี ราชบุรี   โพธารามตรงไป........04.07น.  อากาศยังคงเย็นฉุ่มฉ่ำ การเดินทางยังคงเงียบเชียบเหมือนเดิม ด้านซ้ายเป็นโรงแรมโกล์เด้นซิติตั้งทมึนด้านซ้าย   ข้างหน้ามีป้ายบอกเลี่ยงเมืองเพชรบุรี  ผมเลือกตรงไปเบี่ยงขวาข้ามสพาน "สิริลักษณ์"เพื่อจะเข้าจอมบึง.....
บันทึกการเข้า

เฒ่า...พเนจร.

  • ตู้วินประจำซอย
  • **
  • คะแนนจิตพิศวาท: +1/-1
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 310
    • ดูรายละเอียด
Re: เมื่อไหร่จะนัดพบปะสังสรรค์ครับ
« ตอบกลับ #332 เมื่อ: กันยายน 06, 2018, 04:19:38 PM »

             สายลมกับละอองฝนพัดผ่านเจ้าตู้น้อย  บางครั้งบางเวลาถึงกับโคลงเครงไปตามกระแสลม  เสียงกังวาลของฟ้าที่ดังมาแต่ไกลบ่งบอกว่าฝนจะเทลงมาในไม่ช้า สายตาเหลือบไปเห็นเส้นทองแดงเล็กๆที่มีกิ่งก้านสาขาขยายดั่งรากไม้ แปร๊บๆ  คลืนนนนน  มาแต่ไกลเม็ดฝนเท่าเม็ดถั่วลิสงเริ่มหนาขึ้นแล้วสาดใส่มาที่ตัวรถและท้องถนนในชั่วอึดใจต่อมา    กระจกที่แย้มไว้รีบหมุนมาปิดสนิท  แต่กระนั้นความเย็นยังลอดมาสำผัสถึงความหนาวเย็นได้  ความหนาว ความว้าเหว่ของการเดินทางคราวนี้ก็ไม่เหมือนกับคราวที่แล้ว  และหลายๆคราวที่ผ่านมา  ราชรีหรือราชบุรีหรือสวนผึ้ง สวรรค์ของนักเดินทาง ผมไปมา มาแล้วก็ไป ไปแล้วก็มา นับครั้งไม่ถ้วนแต่กระนั้น มันก็มันยังคงเป็นมนต์เสน่ห์สำหรับผม  และหลายๆคนที่เคยไปสัมผัสมา และยังมีอีกหลายคนที่อยากเดินทางมาสัมผัสด้วยสายตาตนเอง.        กอดหมอนนนน หนาววววววว....ร้าวดวงฤดี เสียงกังวาลใสๆในอดีดของป้าผ่องร้องได้เวลา  ฟังแล้วคร่ำครวญหัวใจ ถ้ามีใครสักคนนั่งมาด้วย  ผมหยิบบรั่นดีมาอำอึกนึง  ส่วนคนนั่งมาด้วยไม่มี ผมนึกคิดไปเอง  มาถึงสี่แยก ซ้ายเข้าตัวเมือง ตรงไปเพชรบุรี ขวาเข้าจอมบึง เสียงเพลง เสียงสายฝน กับละอองฝนที่เย็นจับใจ  รอ  รอ  และรอไฟเขียวเพื่อจะเล้ยวเข้าไปทางขวามือ แม้ว่าเวลาจะเข้า 05.00น.แต่บนท้องฟ้ายังคงมืดมิดด้วยเมฆและสายฝน    จะมีบางช่วงเท่านั้นที่ฝนบางๆและเห็นเทือกเขาตะนาวศรี   ที่ทอดนอนยาวสุดสายตาขวาซ้าย   สายฝนยังคงเทมาหนักๆเป็นระยะๆ เบาหนัก  หนักเบา  และค่อยๆเบาบางและจางหายเป้นปกติ  ยังคงทิ้งธารน้ำใหลบนใหล่ทางให้ได้เห็น  ไม่ใหญ่ยืนต้นยืนสงบกับอุ้มน้ำไว้ตามกิ่งก้านสาขา  สายลมยังคงพัดผ่าด้วยควาแผ่วเบา  รถน้อยใหญ่ ที่วิ่งสวนกันมาเริ่มหนาตาขึ้น  นกน้อยใหญ่หลายชนิดออกมากระพือปีกเพื่อเตรียมออกหาอาหาร...
บันทึกการเข้า

เฒ่า...พเนจร.

  • ตู้วินประจำซอย
  • **
  • คะแนนจิตพิศวาท: +1/-1
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 310
    • ดูรายละเอียด
Re: เมื่อไหร่จะนัดพบปะสังสรรค์ครับ
« ตอบกลับ #333 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2018, 01:46:31 PM »

.......ความหนาวเย็นกับละอองฝน ที่ถูกหิ้วมากับสายลม ทำให้สำผัสได้กับกระจกด้านข้าง   ต้นไม้ใหญ่ที่ยืนสงบนิ่งที่รับน้ำฝนมาทั้งคืน เถาวัลยืนานาพัน รอบเลื้อยเต็มไปหมด แสงไฟจากเสาไฟข้างทางเริ่มจะดับลงจากระบบที่ติดตั้ง  แต่สายลมยังคงพัดผ่านเข้ามาตลอด  เจ้าตู้น้อยยังคงทะยานไปข้างหน้าอย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย  ทิวเขางูอยู่ข้างหน้าแม้ว่าจะไม่สวยงามดั่งธรรมชาติให้ไว้ในอดีต แต่บัดนี้ตอนนี้ไม้ใหญ่ไม่มีเหลือให้เห็นนับแต่นี้ไป มันคงเป็นตำนานที่จะเล่ากล่าวขานกันไม่จบในอดีต ที่เกิดจากฝีมือมนุษย์        แต่ถึงกระนั้นสองฝั่งฟากทางถนนก็ยังมีต้นไม้ใหญ่ในวรรณคดี   ขึ้นเรียงราย อวดสายตาให้แก่ผู้ที่สัญจรได้  บ้านไม้ริมทางในอดีตค่อยๆหายไป แต่มีกล่องสี่เหลียมเล็กๆหลากสีที่เรารู้จักในนามรีสอร์ทเริ่มเข้ามาแทนที่    ร้านอาหารที่มีอยู่ใต้ต้นไม้ในอดีต ก็ค่อยๆหมดไป มีแต่ร้านใหม่ๆหลากสีเกิดขี้น    สิบปีที่แล้ว กับวันนี้มันช่างเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง ทุกอย่าง  ทิวเขาที่ทอดยาวสุดสายตาที่เรียงรายซับซ้อนที่มองได้แต่ไกล ยังคงเป็นมนต์เสน่ห์แห่งสวนผึ้งราชบุรี  รถกระบะเก่าใหม่วิ่งสวนมาเริ่มหนาตาขึ้น  ร้านค้าต่างทะยอยเตรียมเปิดรับผู้มาเยือน  แบล๊ค เลเบอร์ถุกหยิบมาลิ้มรองรสอีกครั้ง  คราวนี้ตาสว่างอย่างกับสปอตร์ไลน์   เห็นพระภิกษุสามสี่องเดินบิณฑบาทตามมาด้วยเด็กวัดที่ใสรถเข็มตามมาและเห็นมีเจ้าตูบสีดำและแดงเดินเหยาะๆมาไม่ห่าง  วิธีชีวิต ที่ไม่ห่างไกลจากกรุงเทพแดนสวรรค์ ช่างห่างกันลิบลับอย่างกับไกลปืนเที่ยง ที่คนรุ่นปู่ย่า ตาทวดชอบเล่ากล่าวขานกันจริงๆ    ผมกำลังมุ่งหน้าสู่สวนผึ้ง   ใจระทึกอีกครั้งที่มาเยือน  เสียงเพลง และเสียงโทศัพย์ดังขึ้นมาหลายครั้งหลายหน  แต่ผมเลือกที่จะเดินทางต่อ     ดอกไม้ริมทางสองฝั่งถนนข้างยังคงออกดอกเย้ายวนชวนให้ต้องเหลือบตามองตลอดการเดินทาง........ แต็กๆๆๆเสียงไฟเลี้ยวดังขี้น ผมเลี้ยวซ้ายเข้าปัมท์เพิ่อตุนเชื้อเพลิง ก่อนจะเดินทางไปยังเป้าหมาย  กาแฟร้อนๆกับไข่ลวด คืออาหารเช้านี้....ไก่ชนผสมไก่ป่า ไก่แจ้ ที่เดินลงมาคุ้ยๆเขี่ยๆหาหาหารบ้างก็กระพือปีกโก่งคอขัน บ้างก็ประลองกำลังชวนทะเลาะ  เหตุการณ์แบบนี้ผมเห็นมาตั้งแต่เล็ก  สายตาเหลือบไปเห็นเจ้าประดู่แฐมสีขาวอกโตคอยาวขาเหลืองเดือยแหลมแทบจะบ่งหนามได้ แสดงว่าเป็นจ่าฝูง    เห็นนกกวักสามสี่ตัวเดินๆวิ่งๆแสดงว่าแถวนี้ต้องมีหนองน้ำแน่ๆ   ผมนั่งดื่มกาแฟไปสายตาเหม่อมองไปข้างหน้า   สายลมกับความหนาวที่มาต้อนรับ ผู้มาเยือน  สารพันปัญหาที่ติดตัวติดสมองความความคิดมาตอนนี้มันหายไปหมด มีแต่ความสุข  สุขแห่งการเดินทาง  ผมยกแก้วกาแฟจะมาดิ่มแต่ก็ต้องชงักเมื่อมีสิ่งที่ไม่ได้สั่ง ร่วงลงมาไกล้ๆกับที่ผมนั้ง    ขี้นกที่บินผ่านข้ามหัวไป ตกลงมา   ผมเงยหน้าขึ้นไปแต่ไม่เห็นถนัด มันสูงและไปไกล คงทิ้งไว้แต่เมฆหมอกที่เข้ามาบทมาดัง  เสียงเพลงบรรเลงเบาๆที่ออกจากลำโพงดอกเล็กๆที่แอบบอยู่ที่คบไม้ นี่ถ้าไม่สังเกตุดีๆคงเข้าใจว่านางฟ้า หรือไม่ก็เทวดามาดีต สี ตีเป่า ให้ฟัง ผมก็คิดเรื่อยเปื่อย แต่ต้องหยุดเมื่อยกแก้วกาแฟดื่มๆมีแค่แต่ลม นี่คงหมดไปเมื่อครู่  ความสุขความสำราญมันช่างรวดเร็วกระไร      ผมขยับเดินผ่านสายลมพร้อมที่จะเดินทางต่อ....
บันทึกการเข้า